แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินไทย (TG)
รหัสทัวร์ TF-FHW7NXAX

แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์ 9 วัน 6 คืน โดยสายการบินไทย (TG)

สนามบินซูริค - บาเซิล - ย่านเมืองเก่า - มหาวิหารบาเซิล - เจนีวา - น้ำพุเจทโด - นาฬิกาดอกไม้ - โลซานน์ - ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ - เวเว่ย์ – ส้อมยักษ์ – มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ – เซอร์แมท - นั่งรถไฟสู่ยอดเขากร...

9วัน
6คืน
TGสายการบิน
-โรงแรม

รายละเอียดทัวร์

สนามบินซูริค - บาเซิล - ย่านเมืองเก่า - มหาวิหารบาเซิล - เจนีวา - น้ำพุเจทโด - นาฬิกาดอกไม้ - โลซานน์ - ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ - เวเว่ย์ – ส้อมยักษ์ – มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ – เซอร์แมท - นั่งรถไฟสู่ยอดเขากรอนเนอร์แกรต – ลอยเคอร์บัด – แช่น้ำแร่ร้อน - แครนส์-มอนทานา - มองเทรอซ์ - ปราสาทชิลยอง – หมู่บ้านกรูแยร์ - เบิร์น - บ่อหมี – หอนาฬิกาดาราศาสตร์– นั่งกระเช้าและรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา - อินเทอร์ลาเก้น - ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ร้านทำทอง - ซูริค - สนามบินซูริค

ช่วงเดินทางและราคา

เดินทาง กลับ ผู้ใหญ่ ที่นั่ง สถานะ เช็กที่นั่ง
05 Sep 2026 13 Sep 2026 129,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
05 Oct 2026 13 Oct 2026 139,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
30 Oct 2026 07 Nov 2026 129,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
07 Nov 2026 15 Nov 2026 129,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
03 Dec 2026 11 Dec 2026 129,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
26 Dec 2026 03 Jan 2027 149,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง
29 Dec 2026 06 Jan 2027 149,900 25/26 เปิดขาย เช็กที่นั่งว่าง

โปรแกรมเดินทาง

Day 1

วันที่ 1 - สนามบินสุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิ

21.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 สายการบิน การบินไทย (THAI Airways) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

Day 2

วันที่ 2 - สนามบินซูริค - บาเซิล - ย่านเมืองเก่า - มหาวิหารบาเซิล - เจนีวา - น้ำพุเจทโด - นาฬิกาดอกไม้ - โลซานน์ - ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ

สนามบินซูริค - บาเซิล - ย่านเมืองเก่า - มหาวิหารบาเซิล - เจนีวา - น้ำพุเจทโด - นาฬิกาดอกไม้ - โลซานน์ - ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ

00.35 น. ออกเดินทางสู่จากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย Thai Airways เที่ยวบินที่ TG 970

06.55 น. ถึงสนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็นเวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง วันที่ 25 ตุลาคม 2569) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเซิล (Basel) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศรองจากซูริค เป็นเมืองหลวงของรัฐบาเซิลชตัดท์ทางด้านเหนือของสวิส บริเวณเชื่อมต่อกับชายแดนฝรั่งเศสและเยอรมัน ทำให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางเข้าออก 3 ประเทศนี้ไปโดยปริยาย นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบาเซิล ที่มีอาคารบ้านเรือนสวยงามเก่าแก่กว่าร้อยปี รวมทั้งมีน้ำพุแทรกตัวตามจุดต่างๆกว่า 200 แห่ง ชมประตูเมือง Spalentor ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แห่งของหอคอยตามแนวกำแพงเมืองเก่าที่หลงเหลืออยู่ โดยหอคอยแห่งนี้โดดเด่นด้วยยอดปลายแหลมมุงหลังคากระเบื้องสลับสีลายเขียวเหลืองคร่อมอยู่บนถนนและทางรถราง ชมจัตุรัสมาร์คพลาสซ์ (Marktplatz) ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมือง (Rathaus) โดยบริเวณนี้มีตลาดนัดขายอาหาร, ผลิตภัณฑ์พื้นเมืองต่างๆเช่น ไส้กรอก ขนมปัง ผักผลไม้และไม้ดอกไม้ประดับ ถ่ายรูปกับมหาวิหารบาเซิล (Basel Munster) สร้างครั้งแรกเมื่อปี 1019 มหาวิหารหลังที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่ได้รับการซ่อมแซมหลังจากได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 1356 ด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ผสมโกธิคจากยุคกลางที่สวยโดดเด่นด้วยผนังทรายสีแดงด้านนอกรวมทั้งกระเบื้องมุมหลังคาสลับสี โดยมีสีเขียวเป็นหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของหลังคาอาคารในเมืองแถบนี้ ด้านหลังของวิหารมีต้นเชสนัตปลูกให้ร่มเงาอยู่หลายต้น รวมทั้งบ่อน้ำพุและม้านั่งยาวให้ได้นั่งชมวิวทิวทัศน์ฝั่ง

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินต่อสู่เมืองเจนีวา (Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด (Jet d'eau) ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ (L'Horloge Fleurie) สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) เมืองที่ตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา นำท่านชมเมืองโลซานน์ เมืองที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิส และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทย เนื่องจากเป็นเมืองที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงเคยประทับและทรงศึกษาที่เมืองแห่งนี้อีกด้วย นำท่านชมศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และรัฐบาลไทยได้ส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก Alpha Lausanne หรือเทียบเท่า

Day 3

วันที่ 3 - โลซานน์ - เวเว่ย์ – ส้อมยักษ์ – มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ – เซอร์แมท

โลซานน์ - เวเว่ย์ – ส้อมยักษ์ – มหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ – เซอร์แมท

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองเวเว่ย์ (Vevey) คือเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ต่างก็ขนานนามให้เมืองเวเว่ย์ เป็น "ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส"(Pearls of the Swiss Riviera) ที่แม้แต่ศิลปินตลกชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชปลิน” ยังหลงไหลและได้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในบั้นปลายชีวิตให้ท่านได้ถ่ายรูปคู่กับส้อมยักษ์เมืองเวเว่ย์ (Fork of Vevey) สัญลักษณ์สำคัญของเมืองเวเว่ย์ เป็นส้อมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ทะเลสาบเลอมอง มีความสูงประมาณ 8 เมตร ถูกสร้างขึ้นโดยศิลปินสวิสชื่อ Jean-Pierre Zaugg เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปี ของพิพิธภัณฑ์ Alimentarium ที่จัดงานแสดงด้านอาหารและโภชนาการเมื่อปี 1995

นำท่านเดินทางสถานีกระเช้าเพื่อขึ้นชมมหาธารน้ำแข็งยักษ์อาเล็ทช์ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier) ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวประมาณ 23.6 กิโลเมตร พื้นที่โดยรวมกว่า 100 กิโลเมตร ถูกค้นพบเมื่อช่วงศตวรรษที่ 19

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

ชมธารน้ำแข็งนี้เกิดขึ้นจากการบรรจบกันของธารน้ำแข็งขนาดย่อย 4 สาย อันได้แก่ ธารน้ำแข็งโกรเซอร์อาเล็ทช์เฟียร์น (Grosser Aletschfirn), ธารน้ำแข็งจุงเฟราเฟียร์น (Jungfraufirn) , ธารน้ำแข็งเอวิกชเนเฟ็ลท์ (Ewigschneefäld) และธารน้ำแข็งกรุนเน็คเฟียร์น (Grüneggfirn) ให้ท่านได้สัมผัสกับความงดงามของมหาธารน้ำแข็งสีขาวที่มาบรรจบกับท้องฟ้าสีฟ้า ประกอบกับทิวทัศน์อันสวยงามที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ โดยในวันที่อากาศดีท่านอาจจะได้เห็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงต่างๆของสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ยอดเขาจุงเฟราหรือยอดเขามัตเตอร์ฮอร์นอีกด้วย โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของสวิตเซอร์แลนด์และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี ค.ศ. 2001 พาท่านชม 1 จุดชมวิวที่สุดอลังการของธารน้ำแข็งอเลทช์ (Aletsch Glacier) จาก 3 ที่จุดชมวิว คือ Moosfluh สูง 2,333 เมตร , Bettmerhorn สูง 2,647 เมตร และ Eggishorn สูง 2,869 เมตร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทาช (Tasch) เพื่อนำท่านนั่งรถไฟเข้าสู่เซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

ที่พัก Simi Hotel หรือเมืองข้างเคียงกรณีเซอร์แมทเต็ม เช่น Tasch , Crans-Montana , Sion , Leukerbad , Saas-Fee เป็นต้น

Day 4

วันที่ 4 - เซอร์แมท - นั่งรถไฟสู่ยอดเขากรอนเนอร์แกรต – ลอยเคอร์บัด – แช่น้ำแร่ร้อน - แครนส์-มอนทานา

เซอร์แมท - นั่งรถไฟสู่ยอดเขากรอนเนอร์แกรต – ลอยเคอร์บัด – แช่น้ำแร่ร้อน - แครนส์-มอนทานา

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟฟันเฟืองสู่ สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) เดินทางสู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่สวยงาม โดยท่านสามารถเดินเท้าสู่บริเวณทะเลสาบที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,757 เมตร โดยบริเวณทะเลสาบนี้เป็นเงาสะท้อนภาพเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn's reflect) อันสุดสวยงามยิ่งนัก (โดยปกติน้ำในทะเลสาบ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และ สภาพอากาศ ถ้าช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง)

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลอยเคอร์บัด (Leukerbad) เป็นเมืองสปาและรีสอร์ทน้ำแร่ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะจุดหมายปลายทางที่รวมการพักผ่อนแบบ Wellness เข้ากับกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการแช่น้ำแร่ร้อนท่ามกลางวิวภูเขาหิมะที่งดงาม นำท่านแช่น้ำแร่ร้อนผ่อนคลายที่ Leukerbad Therme สระน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้งกว่า 10 สระ อุณหภูมิระหว่าง 28–44 องศาเซลเซียส ทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง พร้อมเครื่องเล่นสไลเดอร์และโซนสปาครบวงจร โดยสระน้ำแร่กลางแจ้งที่สามารถแช่น้ำพร้อมชมวิวภูเขา Daubenhorn ได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงสระนวดตัว (Vitality Pool) และสระผ่อนคลาย (Relax Pool)

จากนั้นนำท่านเดินทางเพื่อสัมผัสความหรูหราเหนือระดับ ณ แครนส์-มอนทานา (Crans-Montana) รีสอร์ทตากอากาศชื่อดังบนที่ราบสูงแห่งเทือกเขาแอลป์ ตื่นตาไปกับทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่มองเห็นยอดเขา Matterhorn และ Mont Blanc ได้อย่างชัดเจน สนุกกับกิจกรรมระดับโลกทั้งการเล่นสกีบนลานกว้างในฤดูหนาว หรือออกรอบกอล์ฟในสนามระดับตำนานช่วงฤดูร้อน เพลิดเพลินกับธรรมชาติ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่สวยงามราวกับภาพวาดในทุกฤดูกาล

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ที่พัก Grand Hôtel du Parc หรือเทียบเท่า

Day 5

วันที่ 5 - แครนส์-มอนทานา - มองเทรอซ์ - ปราสาทชิลยอง – หมู่บ้านกรูแยร์ - เบิร์น - บ่อหมี – หอนาฬิกาดาราศาสตร์

แครนส์-มอนทานา - มองเทรอซ์ - ปราสาทชิลยอง – หมู่บ้านกรูแยร์ - เบิร์น - บ่อหมี – หอนาฬิกาดาราศาสตร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่า “ริเวียร่าของสวิส” ให้ท่านได้ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง (Chillon castle) โดยปราสาทแห่งนี้ เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกรูแยร์ (Gruyères) หมู่บ้านเล็กๆ ในยุคกลางที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 82 เมตรเหนือพื้นดิน เมืองนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ชีสระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่งดงาม ได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งใน "หมู่บ้านท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก" (Best Tourism Villages 2021) โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) รางวัลนี้มอบให้แก่หมู่บ้านที่โดดเด่นในการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นต้นกำเนิดของชีสชื่อดังระดับโลกที่คว้ากวาดรางวัลมามากมาย เมนูพื้นเมืองฟองดูว์ (Fondue) ที่ใช้ชีสกรูแยร์ผสมกับชีสวาเชอแรง (Vacherin) มีขนมเมอแรงก์กับดับเบิลครีม (Meringues with Double Cream) ของหวานประจำภูมิภาค เสิร์ฟพร้อมครีมเข้มข้นในชามไม้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ชีสฟองดูว์)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 นำท่านชมบ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านเดินลัดเลาะชมถนนจุงเคอร์นกาสเซอ (Junkergasse) เป็นถนนที่มีชื่อเสียงและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในย่านเมืองเก่าของกรุงเบิร์น (Bern) นำท่านแวะถ่ายรูปกับมหาวิหารเบิร์น (Bern Minster) สิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ประตูจะมีภาพที่บรรยายถึงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้า จากนั้นเดินเท้าเข้าสู่ถนนกรัมกาสเซอ (Kramgasse) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านภาพวาดและร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ มีบ้านไอน์สไตน์ (Einstein House) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 49 ซึ่งเป็นอาคารที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยเช่าพักอาศัยอยู่ระหว่างปี 1903–1905 และเป็นสถานที่ที่เขาคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพอันโด่งดัง ชมหอนาฬิกาซึตกล็อกเกอ (Zytglogge) หอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่มีอายุกว่า 800 ปี มี “โชว์” ให้ดูทุกๆชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง ซึ่งหอนาฬิกาดาราศาสตร์โบราณเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบิร์น

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก Harry ' s home Bern หรือเทียบเท่า

Day 6

วันที่ 6 - เบิร์น – นั่งกระเช้าและรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา - อินเทอร์ลาเก้น – เบิร์น

เบิร์น – นั่งกระเช้าและรถไฟสู่ยอดเขาจุงเฟรา - อินเทอร์ลาเก้น – เบิร์น

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงาม เพื่อขึ้นกระเช้าEiger Express กระเช้าลอยฟ้าตัวใหม่ สู่สถานี Eigergletscher โดยกระเช้าตัวนี้นอกจากจะให้ท่านได้เห็นวิวความสวยงามของจุงเฟราโดยรอบแล้วยังจะช่วยให้ท่านลดเวลาลงกว่า 40 นาที เมื่อเทียบกับการขึ้นสู่ยอดเขาแบบเดิม หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟเพื่อขึ้นสู่ สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี คศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร หลังจากนั้นนำท่านเข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองบนยอดเขา

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองอินเตอร์ลาเกน (Interlaken) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ และพลาดไม่ได้กับการเลือกชมสินค้าจากร้านเคียร์ชโฮฟเฟอร์ (Kirchhofer) หนึ่งในสุดยอดร้านนาฬิกาและเครื่องประดับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสาขามากมาย โดยมีสาขาใหญ่ คือ เคียร์ชโฮฟเฟอร์ คาสิโน แกลเลอรี มีนาฬิกาสวิสมากกว่า 70 แบรนด์ในที่ที่เดียว อาทิ Breguet, Cartier, Piaget, Blancpain, Chopard, IWC, Parmigiani, Franck Muller, Hublot, Tag Heuer, Hermes, Rado, Gucci, Tissot, Bvlgari, Montblanc, Omega, Chanel, Seven Friday, Mido ฯลฯ รวมทั้ง Rolex (pre owned) พร้อมเครื่องประดับสุดพิเศษหลากหลายแบบ และยังเป็นศูนย์กลางเครื่องสำอางสวิสขั้นสูง, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมทั้งน้ำหอมชื่อดัง อาทิ La Prairie, Cellcosmet, Volmont, Chanel, La mer, Estee Lauder, Jo Malone ฯลฯ และอีกหลายแบรนด์ดังจากทั่วโลก รวมถึงมีจำหน่ายเครื่องหนังแบรนด์ดัง มีของที่ระลึกต่างๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ เช่น ตุ๊กตา, มีดพับ Victorinox รวมทั้งมี Cartier boutique, Breguet & Blancpain, Swiss luxury beauty ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอินเทอร์ลาเก้น

เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กลับสู่ที่พักกรุงเบิร์น

ที่พัก Harry ' s home Bern หรือเทียบเท่า

Day 7

วันที่ 7 - เบิร์น - ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ร้านทำทอง - ซูริค

เบิร์น - ลูเซิร์น - สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – ล่องเรือทานอาหารกลางวันทะเลสาบลูเซิร์น - ซุก - หอนาฬิกาเมืองซุก - ร้านทำทอง - ซูริค

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ Reuss River อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิสแบบสมัยใหม่ตลอดแนวสะพาน มีถนนเลียไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ

นำท่านรับประทานอาหารกลางวันพร้อมล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne lunch Cruise) ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของเมืองลูเซิร์นและอาหารสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ โดยทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา โอบล้อมไปด้วยอ้อมกอดแห่งเทือกเขาธรรมชาติและอาคารบ้านเรือนรูปทรงน่ารักสะดุดตา แต่งแต้มให้เกิดทัศนียภาพอันสวยงาม และให้กลิ่นอายแห่งความเป็นเมืองแห่งขุนเขาได้เป็นอย่างดี

หลังจากเรือล่องกลับเข้าฝั่ง จากนั้นเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย นำท่านชมหอนาฬิกาเมืองซุก (Clock Tower) แลนด์มาร์กที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยความสูงของหอถึง 52 เมตรและความโดดเด่น ของหลังคาซึ่งเป็นสีน้ำเงินขาวโดนเด่นตัดกับสีหลังคาสีน้ำตาลของบ้านเมืองสวยงามอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมร้านทำทองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป (The Oldest house of goldsmiths in Europe) ของครอบครัว Lohri เปิดทำการตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ภายในตัวอาคารมีการตกแต่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยจักวรรดินโปเลียน มีซุ้มประตูและเสาโรมัน มีรูปปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการวาดลายหินอ่อนด้วยมือ ในปี 1971 ได้เปิดร้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายาก และบางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก มีเวลาให้ท่านเดินชื่นชมอาคาร งานศิลปะล้ำค่าและเครื่องประดับหายากแล้ว ในส่วนของ Lohri Store ยังมีนาฬิกาชั้นนำระดับโลกให้ท่านเลือกซื้อเลือกชมอาทิ เช่น Patek Philippe, Franck Muller Cartier, Piaget, Parmigiani Fleurier, Panerai, IWC , Omega, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Tag Heuer ฯลฯ

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก Harry Home Zurich Limmattal หรือเทียบเท่า

Day 8

วันที่ 8 - ซูริค - สนามบิน

ซูริค - สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินซูริค เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

13.15 น. เดินทางเพื่อกลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบินไทย Thai Airways เที่ยวบินที่ TG971

Day 9

วันที่ 9 - สนามบินสุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิ

06.10 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ