รายละเอียดทัวร์
เกาะเวนิส - เวนิสเมสเตร้ - เวโรนา - ทะเลสาบคาเรซซา - โบลซาโน – จุดชมวิว คาร์ดินี มิสุรินา - ทะเลสาบมิสุรินา - ทะเลสาบเบรียส - หมู่บ้านซานตาแมดดาเลนา - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดแอลป์ดิซุสเซ่ - ขึ้นกระเช้าซิเคด้า - ซีร์มิโอเน่ - ทะเลสาบการ์ด้า - มิลาน - มหาวิหารมิลาน - ทะเลสาบโคโม - ล่องเรือทะเลสาบโคโมสู่เบลลาจิโอ้ - ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท
ช่วงเดินทางและราคา
| เดินทาง | กลับ | ผู้ใหญ่ | ที่นั่ง | สถานะ | เช็กที่นั่ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 11 Aug 2026 | 18 Aug 2026 | 89,900 | 29/31 | เปิดขาย | เช็กที่นั่งว่าง |
| 16 Sep 2026 | 23 Sep 2026 | 83,900 | 30/31 | เปิดขาย | เช็กที่นั่งว่าง |
โปรแกรมเดินทาง
วันที่ 1 - สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินสุวรรณภูมิ
23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Emirates เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 - สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ – สนามบินเวนิส - เกาะเวนิส - เวนิสเมสเตร้
สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ – สนามบินเวนิส - เกาะเวนิส - เวนิสเมสเตร้
02.15 น. ออกเดินทางสู่จากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 377
06.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.05 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 135
13.30 น. ถึงสนามบินเวนิส ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (สปาร์เก๊ตตี้หมึกดำ)
ที่พัก MOVE HOTEL VENICE NORD หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 - เวนิสเมสเตร้ - เวโรนา - ทะเลสาบคาเรซซา - โบลซาโน
เวนิสเมสเตร้ - เวโรนา - ทะเลสาบคาเรซซา - โบลซาโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเวโรน่า (Verona) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของแคว้นเวเนโต้รองจากเวนิส เมืองเวโรน่ายังได้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 2000 อีกทั้งวิลเลียม เชกสเปียร์ นักกวี และนักเขียนบทละครชาวอังกฤษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของอังกฤษและของโลก เขายังใช้บรรยากาศ และเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสองตระกูลในเวโรน่าแต่งเป็นละครโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1595 เรื่อง โรมิโอกับจูเลียต นำท่านเดินชมอาคารบ้านเรือนสีสดใสสวยงามภายในจัตุรัสกลางเมืองที่คึกครื้นมีชีวิตชีวา จากนั้นพาท่านถ่ายรูปกับโรงละครโรมันกลางแจ้ง (Verona Arena) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สร้างขึ้นเมื่อตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 1 โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับโคลอสเซียมในกรุงโรมเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งปัจจุบันยังคงมีการเปิดแสดงโอเปร่าหรือคอนเสิร์ตกลางเเจ้งในสนามกีฬาอยู่เป็นประจำ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านชมวิวบริเวณ ทะเลสาบคาเรซซา Lake Carezza ทะเลสาบอัลไพน์ขนาดเล็กที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา Latemar เป็นฉากหลัง มีความสูงกว่า 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล จนได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่า Rainbow Lake และ Fairytale Lake of the Dolomites จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โบลซาโน (Bolzano)เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์และเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เนินเขาที่เป็นป่าทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขาโดโลไมท์ในทางทิศตะวันออก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก FOUR POINTS BOLZANO หรือเทียบเท่า
** ในกรณีที่โรงแรมเมืองโบลซาโนเต็ม จะเปลี่ยนไปนอนเมืองเทรนโตแทน **
วันที่ 4 - โบลซาโน – จุดชมวิว คาร์ดินี มิสุรินา - ทะเลสาบมิสุรินา - ทะเลสาบเบรียส
โบลซาโน – จุดชมวิว คาร์ดินี มิสุรินา - ทะเลสาบมิสุรินา - ทะเลสาบเบรียส
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินไต่เขาขึ้นสู่”จุดชมวิว คาร์ดินี่ ดิ มิสุริน่า” (Cadini di Misurina) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเขตอุทยานโดโลไมท์ เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ใกล้กันกับ Tre Cime di Lavaredo (The Three Peaks of Lavaredo) ที่เป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของโดโลไมท์ ซึ่งประกอบด้วย ภูเขาหินขนาดมหืมา 3 ลูกที่วางตัวเรียงกันในเเนวตะวันออก-ตะวันตก โดยท่านสามารถถ่ายรูปโดยมี Tre Cime di Lavaredo เป็นภาพเบื้องหลังได้ นอกจากนั้นทิวทัศน์โดยรอบจากจุดชมวิวนี้ยังเห็นทิวทัศน์ความสวยอลังการของอุทยานโดโลไมท์โดยรอบอีกด้วย (การเดินทางขึ้นเขาจะขึ้นกับสภาพเป็นหลักในกรณีที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้จะเปลี่ยนไปถ่ายรูปคู่กับ Tre Cime di Lavaredo จากด้านล่างแทน ระยะทางเดินขึ้นเขาจะอยู่ที่ 3.2 กิโลเมตร ( ในกรณที่ท่านไม่ขึ้นไปกับคณะก็สามารถนั่งรอได้)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (Unesco) อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาอิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม *** ในช่วงเวลาฤดูใบไม้ร่วงทิวทัศน์สีเขียวของทะเลสาบจะตัดกับสีแดงของใบไม้ ความสวยงามสีสันจะดูน่าหลงใหล ส่วนถ้าในฤดูหนาวทะเลสาบอาจจะมีสภาพเป็นน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ภูเขา และหลังคาบ้านถูกปกคลุมด้วยสีขาวสะอาดราวนิทาน บรรยากาศเงียบสงบแต่งดงามเหมือนเวลาถูกหยุดไว้ ** ***
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก FOUR POINTS BOLZANO หรือเทียบเท่า
** ในกรณีที่โรงแรมเมืองโบลซาโนเต็ม จะเปลี่ยนไปนอนเมืองเทรนโตแทน **
วันที่ 5 - โบลซาโน - หมู่บ้านซานตาแมดดาเลนา - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดแอลป์ดิซุสเซ่ - ขึ้นกระเช้าซิเคด้า - โบลซาโน
โบลซาโน - หมู่บ้านซานตาแมดดาเลนา - ขึ้นกระเช้าสู่ยอดแอลป์ดิซุสเซ่ - ขึ้นกระเช้าซิเคด้า - โบลซาโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา” (Santa Maddalena) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเบลูโน โดยคำว่า Santa Maddalena หรือ St. Magdalena ในภาษาเยอรมัน คือหมู่บ้านวิวสวรรค์กลางพื้นที่หุบเขาในชุมชน Val di Funes หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ตั้งอยู่ใต้เงาของเทือกเขาโดโลไมท์ ถือว่าเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กแต่มีทัศนียภาพที่งดงามแบบอลังการพร้อมสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองออร์ทิเซ่ (Ortisei) ศูนย์กลางของแถบอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงาม อิสระให้ท่านพักผ่อนเพลิดเพลิน กับอากาศอันบริสุทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้า (Cable Car) เราจะพาขึ้นสู่บนเนินเขาที่เรียกว่า แอลป์ ดิ ซุสเซ่ (Alpe di Siusi) นำท่านชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า “กว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป” ให้ท่านได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของทิวทัศน์มุมสูงของเทือกเขาโดโลไมท์ เวลาที่มองลงไปด้านล่างจะยังเห็นบ้านเรือนในสไตล์ยูโรเปี้ยนรีสอร์ทกระจายอยู่ตามไหล่เขา อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงสู่ด้านล่าง นำท่านเดินทางชมวิวเทือกเขาโดโลใมท์ด้วยการขึ้นกระเช้าซิเคด้า (Seceda Cable Car) ซึ่งเป็นกระเช้าที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองออร์ทิเซ่ มีความสูงประมาณ 2,519 เมตร โดยบนยอดเขานั้นจะมีรูปปั้น “Summit Cross” หรือรูปปั้นที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน ซึ่งเป็นจุดไฮไลค์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน อิสระให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ของโดโลไมท์โดยรอบ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก FOUR POINTS BOLZANO หรือเทียบเท่า
** ในกรณีที่โรงแรมเมืองโบลซาโนเต็ม จะเปลี่ยนไปนอนเมืองเทรนโตแทน **
วันที่ 6 - โบลซาโน - ซีร์มิโอเน่ - ทะเลสาบการ์ด้า - มิลาน - มหาวิหารมิลาน
โบลซาโน - ซีร์มิโอเน่ - ทะเลสาบการ์ด้า - มิลาน - มหาวิหารมิลาน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองซีร์มิโอเน่ (Sirmione) เมืองแห่งป้อมปราการโบราณ เก่าแก่อายุนับ 2000 ปี ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแหลมยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) จากนั้นนำท่าน ถ่ายภาพด้านหน้าปราสาทเก่าแก่ของเมือง (The Scallger of Sirmione ) สร้างในปี 1277 ซึ่งเมืองนี้เคยอยู่ในการปกครองของตระกูล SCALIGER จากนั้นเดินเล่นชมเมืองเก่าชิมไอศรีมเจลาโต้ที่มีชื่อเสียงของอิตาลี หลากหลายร้านและของที่ระลึกอื่นๆ อิสระให้ท่านชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบการ์ด้า ซี่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากน้ำแข็งละลายจากเทือกเขาแอลป์
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
จากนั้นเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก BEST WESTERN GOLDENMILE หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 - มิลาน - ทะเลสาบโคโม - ล่องเรือทะเลสาบโคโมสู่เบลลาจิโอ้ - ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท - สนามบิน
มิลาน - ทะเลสาบโคโม - ล่องเรือทะเลสาบโคโมสู่เบลลาจิโอ้ - ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท - สนามบิน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เมืองโคโม (Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม จากนั้นนำท่านล่องเรือทะเลสาบโคโม่ (Como Lake Cruise) สู่ หมู่บ้านเบลลาจิโอ้ (Bellagio) โดยทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว จากนั้นนำท่านชมหมู่บ้านเบลลาจิโอ้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลสาบโคโมโดยหมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการยอมรับว่าสวยงามที่สุดในทะเลสาบโคโม่ เป็นหมู่บ้านที่มีบุคคลมีชื่อเสียง มหาเศรษฐีต่างมาซื้อบ้านพักหมู่บ้านแห่งนี้ นำท่านเดินเที่ยวชม ถนน Salita Serbelloini ถนนอันเป็นดังสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ อันมีบ้านเรือนสีสันสดใส และทางเดินที่เป็นหิน อันเป็นเอกลักษณ์ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจ และเดินเที่ยวชมตามอัธยาศัย
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย อิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่เอ้าท์เลท ซึ่งรวมแฟชั่นแบรนด์แนมชื่อดังอาทิ เช่น Salvatore Ferragamo, D&G, Armani, Burberry, Bally, Diesel, Calvin Klein, Gant, Prada, Gucci, Prada, Nike, Fendi, Tod’s, Versace, Valentino, Furly, Guess, Hugo Boss, Lacoste, Levi’s และอื่น ๆ อีกมากมาย
ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบิน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.15 น. เดินทางจากสนามบิน โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 92
วันที่ 8 - สนามบินดูไบ – สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินดูไบ – สนามบินสุวรรณภูมิ
06.20 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.00 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 370
18.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.