รายละเอียดทัวร์
มิลาน - เบรชชา - ออร์ทิเซ่ - แอลป์ ดิ ซุสเซ่ – ทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – โบลซาโน – เกาะเวนิส – เวนิส เมสเตร้ - ฟลอเรนซ์ - ปิซ่า - ลา สเปเซีย – ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร - โรม – วาติกัน – โคลอสเซี่ยม - น้ำพุเทรวี่ - ย่านบันไดสเปน
ช่วงเดินทางและราคา
| เดินทาง | กลับ | ผู้ใหญ่ | ที่นั่ง | สถานะ | เช็กที่นั่ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 27 May 2026 | 03 Jun 2026 | 80,900 | 0/25 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
โปรแกรมเดินทาง
วันที่ 1 - สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินสุวรรณภูมิ
23.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Emirates โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 - สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ – มิลาน - ถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - ชอปปิงแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล - เบรชชา
สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ – มิลาน - ถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน - ชอปปิงแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล - เบรชชา
00.50 น. ออกเดินทางสู่จากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 377
06.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 205
14.20 น. ถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเบรชชา (Brescia)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก DOUBLE TREE BY HILTON หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 - เบรชชา - เมืองออร์ทิเซ่- ขึ้นกระเช้าสู่แอลป์ ดิ ซุสเซ่ – ถ่ายรูปทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – โบลซาโน
เบรชชา - เมืองออร์ทิเซ่- ขึ้นกระเช้าสู่แอลป์ ดิ ซุสเซ่ – ถ่ายรูปทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า – โบลซาโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองออร์ทิเซ่ (Ortisei) ศูนย์กลางของแถบอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงาม อิสระให้ท่านพักผ่อนเพลิดเพลิน กับอากาศอันบริสุทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้า (Cable Car) เราจะพาขึ้นสู่บนเนินเขาที่เรียกว่า แอลป์ ดิ ซุสเซ่ (Alpe di Siusi) นำท่านชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า “กว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป” ให้ท่านได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของทิวทัศน์มุมสูงของเทือกเขาโดโลไมท์ เวลาที่มองลงไปด้านล่างจะยังเห็นบ้านเรือนในสไตล์ยูโรเปี้ยนรีสอร์ทกระจายอยู่ตามไหล่เขา อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงสู่ด้านล่าง***การนั่งกระเช้า ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน หากสภาพอากาศไม่ดี หรือมีการปิดซ่อมบำรุง หรือ ไม่สามารถขึ้นได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้นั่งกระเช้าเพื่อความปลอดภัยแ และจะเปลี่ยนไป Santa maddalena และ LAKE CAREZZA แทน พร้อมคืนกระเช้าให้ 1200 บาท ***
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (Unesco) อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาอิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม*** ในช่วงเวลาฤดูใบไม้ร่วงทิวทัศน์สีเขียวของทะเลสาบจะตัดกับสีแดงของใบไม้ ความสวยงามสีสันจะดูน่าหลงใหล ส่วนถ้าในฤดูหนาวทะเลสาบอาจจะมีสภาพเป็นน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ภูเขา และหลังคาบ้านถูกปกคลุมด้วยสีขาวสะอาดราวนิทาน บรรยากาศเงียบสงบแต่งดงามเหมือนเวลาถูกหยุดไว้ ** *** จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โบลซาโน (Bolzano)เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์และเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เนินเขาที่เป็นป่าทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขาโดโลไมท์ในทางทิศตะวันออก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก LEADING RELAX HOTEL MARIA หรือเทียบเท่า
วันที่ 4 - โบซาโน – นั่งเรือเข้าสู่เกาะเวนิส –ชมสะพานถอนหายใจ - ถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค - เวนิส เมสเตร้
โบซาโน – นั่งเรือเข้าสู่เกาะเวนิส –ชมสะพานถอนหายใจ - ถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค - เวนิส เมสเตร้
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก" มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ชอปปิงสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (สปาเก็ตตี้หมึกดำ)
ที่พัก MOVE HOTEL VENICE NORD หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 - เวนิส เมสเตร้ - ฟลอเรนซ์ - มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร - ชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย - ปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี - ถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่า
เวนิส เมสเตร้ - ฟลอเรนซ์ - มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร - ชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย - ปิซ่า - จัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี - ถ่ายรูปกับหอเอนปิซ่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (พิซซ่าอิตาเลียน)
ที่พัก BEST WESTERN GRAND GUINIGI หรือเทียบเท่า
วันที่ 6 - ลา สเปเซีย – นั่งรถไฟเข้าสู่ ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร - โรม
ลา สเปเซีย – นั่งรถไฟเข้าสู่ ชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร - โรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร นําท่านโดยสารรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio –Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับนํ้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
บ่าย นําท่านเข้าสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร ( Monterosso al Mare) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่และกว้างมากที่สุด มีหาดทรายยาวสวยงามที่สุดในชิงเกว แตร์เร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก MERCURE ROMA WEST หรือเทียบเท่า
วันที่ 7 - โรม – วาติกัน – ถ่ายรูปมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - ถ่ายรูปโคลอสเซี่ยม - ชมน้ำพุเทรวี่ - ชอปปิงย่านบันไดสเปน - สนามบินฟูมิชิโน
โรม – วาติกัน – ถ่ายรูปมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - ถ่ายรูปโคลอสเซี่ยม - ชมน้ำพุเทรวี่ - ชอปปิงย่านบันไดสเปน - สนามบินฟูมิชิโน
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican City) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้เกือบทั้งหมด เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด สัมผัสความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) มหาวิหารที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก ณ นครรัฐวาติกัน (Vatican City) ชมความงามของจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Square) ที่โอบล้อมด้วยแนวเสาหินอ่อนทรงโค้งอันสง่างาม พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมยุคเรอแนซ็องส์ที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสูงสุดที่เป็นหัวใจหลักของกรุงโรมและคริสต์ศาสนา ตื่นตากับงานศิลปะระดับโลกอย่างรูปสลัก ปีเอตา (Pietà) ของไมเคิลแองเจโล และความอลังการของซุ้มบัลดาคคีโน (Baldacchino) ฝีมือแบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์ (การเข้าชมด้านในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องต่อคิวที่ค่อนข้างยาวมาก การให้เวลาในแต่ละสถานที่เที่ยว ขึ้นอยู่ที่สถานการณ์ ณ วันนั้นๆ) นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสถานสร้างความบันเทิงของชาวโรมันมาแต่สมัยโบราณโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน ผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สามรักในกรุงโรม จากนั้นเชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่านบันไดสเปน (The Spanish Step) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรูและยังเป็นแหล่งนัดพบ
17.30 น. ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
22.10 น. เดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 96
22.10 น. เดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 96
วันที่ 8 - สนามบินดูไบ – สนามบินสุวรรณภูมิ
สนามบินดูไบ – สนามบินสุวรรณภูมิ
05.50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 372
19.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.