รายละเอียดทัวร์
เสน่ห์ “ซานตง”…ดินแดนที่สายลมทะเลกระซิบคำรัก | “ชิงเต่า” เมืองชายฝั่งสุดโรแมนติกแห่งทะเลเหลือง | ตามรอยไวน์แดงจางยู่...รสละเมียดละไมดั่งความทรงจำของฤดูใบไม้ร่วง | “เผิงไหล” เมืองแห่งตำนานอมตะ วิวทะเลหอคอยสูงกลางสายหมอก | “เยียนไถ” เมืองริมทะเลสีทอง จุดที่ฟ้ากับน้ำหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว | ปิดท้าย “ชิงเต่า” เมืองเบียร์ระดับโลก ที่ทุกตรอกซอกซอยยังหอมกลิ่นทะเลและความสุข
ช่วงเดินทางและราคา
| เดินทาง | กลับ | ผู้ใหญ่ | ที่นั่ง | สถานะ | เช็กที่นั่ง |
|---|---|---|---|---|---|
| 07 May 2026 | 12 May 2026 | 27,888 | 0/18 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 08 May 2026 | 13 May 2026 | 27,888 | 0/17 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 09 May 2026 | 14 May 2026 | 26,888 | 0/21 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 12 May 2026 | 17 May 2026 | 28,888 | 0/20 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 13 May 2026 | 18 May 2026 | 27,888 | 0/19 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 14 May 2026 | 19 May 2026 | 27,888 | 0/19 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 15 May 2026 | 20 May 2026 | 27,888 | 0/16 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 16 May 2026 | 21 May 2026 | 27,888 | 0/20 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 19 May 2026 | 24 May 2026 | 28,888 | 0/21 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 20 May 2026 | 25 May 2026 | 28,888 | 0/18 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 21 May 2026 | 26 May 2026 | 28,888 | 0/21 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
| 23 May 2026 | 28 May 2026 | 28,888 | 0/21 | เปิดขาย | สอบถามที่นั่ง |
โปรแกรมเดินทาง
วันที่ 1 - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเหมียนหยาง) (QW9898 : 14:05 - 20:15)
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเหมียนหยาง) (QW9898 : 14:05 - 20:15)
11.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม จำกัดที่ท่านละ 1 ใบ
14.05 น. ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินชิงเต่า มณฑลซานตง โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) เที่ยวบินที่ QW9898
20.15 น. เดินทางถึง สนามบินชิงเต่าเจียวตงมณฑลซานตง ที่ซึ่งลมหายใจแห่งยุโรปและจิตวิญญาณจีนบรรจบกันริมฝั่งทะเลเหลือง ในมณฑลซานตงอันกว้างใหญ่ มีนครแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ทวีปยุโรปแห่งทิศบูรพา" เมืองนั้นคือ "ชิงเต่า" ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่าที่สำคัญ แต่เป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิตซึ่งวาดแต่งด้วยสีสันของประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง วัฒนธรรมที่ผสมผสาน และทิวทัศน์ชายทะเลที่งดงามจับใจ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของชิงเต่าถือกำเนิดจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชิงเต่าซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ได้กลายเป็นเขตเช่าของเยอรมนี แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียง 16 ปี แต่ชาวเยอรมันได้วางรากฐานเมืองสมัยใหม่ไว้อย่างมั่นคง ทั้งระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางที่กว้างขวาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่ยังคงงดงามมาจนถึงทุกวันนี้
หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 2 - ชิงเต่า - เผิงไหล - ศาลาเผิงไหล - เยียนไถ - ไร่ไวน์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ – ลิ้มรสไวน์แดง
ชิงเต่า - เผิงไหล - ศาลาเผิงไหล - เยียนไถ - ไร่ไวน์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ – ลิ้มรสไวน์แดง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)
นำท่านออกเดินทางสู่ สุดขอบตะวันออกของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ลมหายใจของมันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยายและประวัติศาสตร์อันยาวนาน สู่ เมืองเผิงไหล (ระยะทาง 253 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี ที่นี่คือ "แดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์" สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของเหล่าเซียนผู้อมตะ จิตวิญญาณของเผิงไหลผูกพันอย่างแนบแน่นกับตำนาน "แปดเซียนข้ามทะเล" เรื่องเล่าขานถึงเหล่าเซียนแปดองค์ที่เมามายจากการร่ำสุรา ณ ศาลาเผิงไหล ก่อนจะแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยสมบัติวิเศษประจำกายเพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทร เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน แต่ได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนจีนที่ว่า "แปดเซียนข้ามทะเล ต่างแสดงฤทธาของตน" ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดที่ว่าทุกคนต่างมีหนทางและความสามารถเฉพาะตัวในการเอาชนะอุปสรรค
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)
บ่าย นำท่านก้าวเข้าสู่ "แดนสวรรค์บนโลกมนุษย์" ที่ ศาลาเผิงไหล สถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและตำนานโบราณของจีน ที่นี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่หนึ่งในสี่หอคอยที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของตำนาน "แปดเซียนข้ามทะเล" อันเลื่องชื่ออีกด้วย ศาลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาตันหยา มองออกไปเห็นผืนน้ำที่ซึ่งทะเลเหลืองและทะเลโป๋ไห่มาบรรจบกัน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยมนต์ขลังราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภาพวาดพู่กันจีนโบราณ หากโชคดี อาจได้เห็นปรากฏการณ์ "ภาพลวงตา" หรือ "มิราจ" เหนือผืนน้ำ ซึ่งยิ่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้สมกับเป็นดินแดนแห่งเทียนเซียนยิ่งขึ้น
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 94 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ที่ซึ่งสายลมแห่งตำนานและกลิ่นอายไวน์บรรจบกับคลื่นทะเล ณ ปลายสุดของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน เมืองที่ไม่เพียงแต่มีชายหาดสีทองทอดยาวสุดสายตา แต่ยังเป็นดินแดนที่ทุกอณูของอากาศอบอวลไปด้วยเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ตำนานลี้ลับ และกลิ่นหอมจรุงของไวน์ชั้นเลิศ ชื่อของเมือง "เยียนไถ" แปลตรงตัวว่า "หอควัน" ซึ่งมีที่มาจากหอสังเกตการณ์ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อจุดไฟให้สัญญาณควันเตือนภัยจากโจรสลัดในทะเล ทุกวันนี้ แม้ควันไฟจะจางหายไปแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งการปกป้องและสายใยที่ผูกพันกับท้องทะเลยังคงฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวเมือง สู่ เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี
นำท่านจิบไวน์ในปราสาทสไตล์ยุโรป หลีกหนีความวุ่นวายและก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ราวกับหลุดมาจากเทพนิยายยุโรป ณ ไร่ไวน์ ชาโตว์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ ปราสาทไวน์อันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านกลางไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาในเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ที่นี่คือการบรรจบกันอย่างลงตัวของมรดกการผลิตไวน์กว่าร้อยปีของจีนและความเชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงสวยงามน่าถ่ายรูป แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์ นำท่านเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินอันลึกลับ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์รสเลิศที่ผลิตจากองุ่นในไร่แห่งนี้ เสริมแต่งประสบการณ์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณพิเศษยิ่งขึ้น ปิดท้ายประสบการณ์อันสุดแสนคลาสสิกนี้... ด้วยการ ลิ้มรสไวน์แดง (ท่านละ 1 แก้ว) ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา หรือเหตุผลส่วนตัวอื่นใด จะเป็นการจัดเตรียมน้ำองุ่น รสชาติเยี่ยมไว้บริการทดแทน
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)
วันที่ 3 - เยียนไถ – เว่ยไห่ - เช็คอิน ถนนริมหาด คบเพลิงหมายเลข 8 - เช็คอิน ประตูแห่งโชคลาภ แลนด์มาร์คเยียนไถ – นั่งรถชมเมืองแบบพาโนรามา – ช็อปปิ้งเยียนไถไนท์มาร์เก็ต
เยียนไถ – เว่ยไห่ - เช็คอิน ถนนริมหาด คบเพลิงหมายเลข 8 - เช็คอิน ประตูแห่งโชคลาภ แลนด์มาร์คเยียนไถ – นั่งรถชมเมืองแบบพาโนรามา – ช็อปปิ้งเยียนไถไนท์มาร์เก็ต
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ (ระยะทาง 84 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) เสียงกระซิบจากท้องทะเลและเรื่องราวแห่งกาลเวลา ที่ซึ่งแผ่นดินจีนบรรจบกับทะเลเหลืองอย่างสงบงาม เมืองที่ไม่เพียงแค่มีชายหาดทอดยาวและอากาศบริสุทธิ์ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเป็นเมืองของจีนที่อยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีมากที่สุด ทำให้เว่ยไห่กลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน อิทธิพลนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ร้านค้า ป้ายบอกทาง ไปจนถึงร้านอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับที่หารับประทานได้ง่ายดาย สิ่งนี้เองที่มอบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่เวยไห่ ทำให้เมืองนี้ไม่ใช่แค่เมืองจีน แต่เป็นเมืองที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลีผสมผสานอยู่อย่างลงตัว
นำท่านเช็คอิน ถนนคบเพลิงสายที่แปด มุมลับสุดปังที่ใครๆ ก็ต้องเช็คอิน ถนนเส้นเล็กๆ ที่ทอดยาวลงไปจนสุดสายตา บรรจบกับเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำทะเลสีครามสดใส จุดเช็คอินที่โด่งดังที่สุดในโลกโซเชียลของเมืองเว่ยไห่ มณฑลซานตง จนได้รับฉายาว่าเป็น "คามาคุระแห่งเมืองจีน" ด้วยบรรยากาศที่ราวกับหลุดออกมาจากฉากในการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น ที่นี่ไม่ใช่มีแค่เพียงแต่ถนน แต่เป็นเฟรมภาพที่มีชีวิต ที่ซึ่งความเรียบง่ายของบ้านเรือนสองข้างทางตัดกับความยิ่งใหญ่ของท้องทะเลได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกย่างก้าวและทุกการกดชัตเตอร์ของคุณกลายเป็นภาพถ่ายที่น่าจดจำ เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม แล้วไปเก็บภาพสวยๆ ที่มุมมหาชนแห่งนี้กันได้เลย บริเวณใกล้เคียงยังมีคาเฟ่และร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่หลายแห่ง ที่ให้บริการทั้งเครื่องดื่มและของว่างทั้งราคายังย่อมเยาอีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
บ่าย ไปกันต่อที่ ประตูแห่งโชคลาภ สัญลักษณ์แห่งเวยไห่ ประตูสู่ความปรารถนา ณ ริมชายฝั่งทะเลเหลืองที่งดงามของเมืองเวยไห่ ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ "ประตูแห่งความสุข" หรือ "ประตูแห่งโชคลาภ" แลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชาวเมืองเว่ยไห่ ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการเปิดท่าเรือเวยไห่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น "ประตูแห่งเวยไห่" ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกคน โครงสร้างที่สูงตระหง่านนี้เปรียบเสมือนกรอบรูปขนาดมหึมาที่โอบล้อมทิวทัศน์ของท้องทะเลและเกาะหลิวกง ที่อยู่เบื้องหน้า สร้างเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน แสงสีทองจะสาดส่องผ่านช่องประตู ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเพื่อเก็บภาพความทรงจำและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
เปิดประสบการณ์ นั่งรถชมวิวเวยไห่แบบพาโนรามาบนรถบัสสุดชิค สัมผัสเสน่ห์ของเวยไห่ เมืองชายทะเลที่งดงามราวกับภาพวาดได้อย่างเต็มตาและน่าประทับใจที่สุดกับ "รถบัสชมวิวแบบพาโนรามา" ที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยที่สุด เผยให้เห็นทัศนียภาพของภูเขาที่โอบล้อมทะเลสีคราม ชายหาดสีทอง และแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รถมินิบัสสีสันสดใส ทุกคันถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ พร้อมบริการไกด์บรรยายเรื่องราวที่น่าสนใจตลอดเส้นทาง ให้คุณได้ซึมซับความงามและวัฒนธรรมของเวยไห่ได้อย่างลึกซึ้งและสะดวกสบายที่สุด จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 84 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) หม้อไฟวิวทะเล อาหารทะเลสดๆ และเนื้อนุ่มๆ จุ่มลงในน้ำซุปเดือดพล่าน จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่คุณสามารถปรุงเองได้ตามใจชอบจากเครื่องปรุงหลากหลาย
นำท่านตะลุย ตลาดกลางคืนเยียนไถ: สวรรค์ของนักชิมและแหล่งรวมความคึกคักยามราตรี แสงไฟนีออนและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร สัมผัสวัฒนธรรมอาหารริมทางและบรรยากาศอันแสนคึกคัก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิม สายช้อป หรือแค่อยากมาเดินเล่นซึมซับบรรยากาศ ตลาดกลางคืนในเยียนไถก็พร้อมต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้คุณเสมอ
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 4 - เยียนไถ - เช็คอินถนนเฉาหยาง – เช็คอินประติมากรรมวาฬเกยตื้น - ชิงเต่า - เช็คอิน ย่านซาจื่อโข่ว -- พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า - ถนนคนเดินไถตง
เยียนไถ - เช็คอินถนนเฉาหยาง – เช็คอินประติมากรรมวาฬเกยตื้น - ชิงเต่า - เช็คอิน ย่านซาจื่อโข่ว -- พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ชิงเต่า - ถนนคนเดินไถตง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านเดินทางสู่ ถนนเฉาหยาง เช็คอินสุดฮิตที่ห้ามพลาดในเมืองเยียนไถ เมื่อก้าวเข้าสู่ถนนเฉาหยาง แล้วท่านจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต แต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างลงตัว ที่นี่คือ "จุดเช็คอินยอดนิยม" ที่เหล่าสายโซเชียลต้องมาเยือนเมื่อมาถึงเมืองเยียนไถ ถนนสายประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรปแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาจากร้านค้าเก๋ๆ คาเฟ่บรรยากาศดี และร้านอาหารมากมายที่รอให้คุณไปค้นหา เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม เพราะทุกมุมของถนนเฉาหยางคือสตูดิโอถ่ายภาพชั้นเยี่ยมที่จะทำให้ฟีดของคุณโดดเด่นกว่าใคร
เช็คอิน ประติมากรรมวาฬเกยตื้นผู้โดดเดี่ยว ณ ชายฝั่งเมืองเยียนไถ จุดเช็คอินยอดนิยมบนโลกโซเชียลที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้เกลียวคลื่น ประติมากรรมวาฬที่โผล่พ้นผืนทรายขึ้นมาเพียงครึ่งตัวนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการรอคอยและความหวัง เชื้อเชิญให้ทุกคนมาสัมผัสความงามอันเงียบสงบและถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองของตนเอง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองชิงเต่า (ระยะทาง 226 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง)
เดินทางสู่ ซาจื่อโข่ว สัมผัสเสน่ห์หมู่บ้านชาวประมงแห่งชิงเต่า หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาสัมผัสชีวิตชาวประมง ที่ "ซาจื่อโข่ว" หมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ ณ เขตเหลาซาน เมืองชิงเต่า ที่นี่คือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผสานกับทิวทัศน์ชายทะเลอันงดงาม กลิ่นอายของทะเลที่สดชื่น เสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และภาพบ้านเรือนหลากสีสันที่ตั้งเรียงรายตามแนวชายฝั่ง ทำให้ซาจื่อโข่วกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของคนรักอาหารทะเลสดใหม่ แต่ยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามราวกับเมืองชายฝั่งในอิตาลีอีกด้วย
นำท่านเปิดประตูสู่ตำนานเบียร์ร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ก้าวเข้าสู่โลกแห่งฟองเบียร์และประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ถือเป็นจุดกำเนิดของเบียร์ที่โด่งดังที่สุดของจีน ที่ซึ่งได้รับมรดกทางวัฒนธรรมจากเยอรมันเมื่อปี 1903 ได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว เดินย้อนเวลาไปในอาคารอิฐแดงเก่าแก่สไตล์โกธิค สัมผัสกลิ่นหอมของมอลต์และฮอปส์ที่อบอวลไปทั่ว พร้อมชมเครื่องจักรต้มเบียร์ทองแดงขนาดยักษ์ที่เคยใช้งานจริง และปิดท้ายทริปด้วยการชิมเบียร์สดๆ ที่ส่งตรงจากถังหมัก เป็นประสบการณ์ที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสและจะทำให้คุณหลงรักเมืองชิงเต่ามากยิ่งขึ้น และแน่นอน... ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือการ ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่าสด (ท่านละ 1 แก้ว) รสชาติต้นตำรับที่ส่งตรงจากถังบ่ม สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน
นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินไถตง หัวใจแห่งการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืนของชิงเต่า เมื่อแสงตะวันของเมืองชิงเต่าเริ่มจางลง นั่นคือสัญญาณว่าชีวิตชีวาที่แท้จริงของเมืองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ถนนคนเดินไถตง ศูนย์กลางการค้าที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตลาดอันเป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เทรนด์แฟชั่นล่าสุด และที่สำคัญที่สุดคือ สวรรค์ของอาหารสตรีทฟู้ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณ ตามแผนการเดินทางของคุณ นี่คือช่วงเวลาอิสระที่คุณจะได้ปลดปล่อยความเป็นนักช้อปและนักชิมในตัวคุณให้เต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟนีออนหลากสีสันและพลังงานที่ไม่เคยหลับใหลของชาวเมืองชิงเต่า
เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย ณ ถนนไถตง อิสระให้ท่านได้ "ตามล่า" หาของอร่อยด้วยตัวท่านเอง
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 5 - ชิงเต่า – สะพานจ้านเฉียว – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง - ถนนจงซาน – อดีตที่ทำการสถานีตำรวจเยอรมัน – โบสถ์ เซนต์ไมเคิล - เช็คอินจัตุรัส 54
ชิงเต่า – สะพานจ้านเฉียว – เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน - ตรอกกว่างซิ่ง - ถนนจงซาน – อดีตที่ทำการสถานีตำรวจเยอรมัน – โบสถ์ เซนต์ไมเคิล - เช็คอินจัตุรัส 54
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
เดินทางสู่ สะพานจ้านเฉียว สัญลักษณ์แห่งชิงเต่าที่ทอดยาวสู่ใจทะเล ทอดสายตาไปกับสะพานที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของเมืองชิงเต่า "สะพานจ้านเฉียว" ทางเดินยาว 440 เมตรที่ยื่นตัวออกไปในอ่าวชิงเต่าอย่างสง่างาม สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1891 ปลายสุดของสะพานเป็นที่ตั้งของ "ศาลาหุยหลาน" ศาลาทรงแปดเหลี่ยมสองชั้นสไตล์จีนคลาสสิก ซึ่งภาพปรากฏอยู่บนฉลากเบียร์ชิงเต่าที่โด่งดังไปทั่วโลก ณ ที่แห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับลมทะเลเย็นสบาย ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง และชมภาพฝูงนกนางนวลที่โบยบินอย่างอิสระ เป็นภาพจำอันงดงามที่นักเดินทางทุกคนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง
นำท่าน เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน เริ่มต้นที่ ตรอกกว่างซิงหลี่ ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ "หลี่-ย่วน" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)
บ่าย ไม่ไกลจากตรอกกว่างซิ่ง จะเป็นที่ตั้งของ ถนนจงซาน ย้อนเวลาสู่หัวใจแห่งชิงเต่า กลิ่นอายยุโรปบนถนนสายประวัติศาสตร์ ถนนสายที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งบันทึกเรื่องราวกว่าศตวรรษของเมืองชิงเต่า ในฐานะ "จุดเช็คอินยอดฮิต" ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน การได้เดินทอดน่องไปบนถนนจงซานเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเริ่มหลอมรวมกัน สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารโบราณที่ปัจจุบันกลายเป็นร้านค้าทันสมัย ร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่สุดชิค ทำให้ที่นี่คือจุดหมายที่ผสมผสานเสน่ห์ของวันวานเข้ากับความมีชีวิตชีวาของยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
ไม่ไกลจากถนนจงซาน ยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์ไมเคิล หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักในชื่อ "โบสถ์คาทอลิกถนนเจ้อเจียง" ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โบสถ์สไตล์เยอรมันแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1934 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและโรมาเนสก์ ยอดแหลมคู่สูง 56 เมตรที่มียอดเป็นไม้กางเขนสูง 4.5 เมตร และหลังคากระเบื้องสีแดงสด กลายเป็นภาพจำอันโดดเด่นของเมืองชิงเต่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ศรัทธาในศาสนา เป็นผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรม หรือเป็นนักเดินทางที่มองหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด (ราคาทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมภายในโบสถ์)
ไขรหัสประวัติศาสตร์ ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของเมืองชิงเต่า ณ ที่ทำการตำรวจเยอรมันเก่า อาคารสถาปัตยกรรมยุโรปอันโดดเด่นที่สร้างขึ้นในปี 1904 ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม แต่เป็นหน้าต่างที่เปิดให้เราได้เห็นอดีตของเมืองท่าแห่งนี้ในยุคที่เยอรมนีเข้ามาปกครอง ด้วยหอคอยสูงตระหง่านและหลังคากระเบื้องสีแดงสด ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่นักเดินทางผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไม่ควรพลาด เดิมทีอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ทำการตำรวจ (Polizeiamt) ในยุคอาณานิคมของเยอรมนี. และต่อมาได้กลายเป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดช่วงเวลาที่ผันเปลี่ยน ปัจจุบันอาคารอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานตำรวจเมืองชิงเต่า และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมภายนอก.
นำท่านเช็คอิน ณ จัตุรัสสี่พฤษภาคมหรือจัตุรัส 54 คือหัวใจและจิตวิญญาณสมัยใหม่ของเมืองชิงเต่า ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิตชีวาของการเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจีนในช่วงต้นยุคสาธารณรัฐ โดดเด่นด้วยประติมากรรมสีแดงเพลิง "สายลมแห่งเดือนพฤษภา" ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สะท้อนถึงพลังของคนหนุ่มสาวและความรักชาติ ที่นี่คือจุดนัดพบที่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างมารวมตัวกันเพื่อสัมผัสลมทะเล เดินเล่นผ่อนคลาย และดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของอ่าวฝูซาน ที่งดงาม โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่จัตุรัสและตึกระฟ้าโดยรอบจะสว่างไสวด้วยการแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) ลิ้มรสปิ้งย่างบาร์บีคิวสไตล์จีน ล้อมวงกับเพื่อนร่วมทาง ย่างเนื้อและวัตถุดิบนานาชนิดบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วบริเวณ หัวใจสำคัญของบาร์บีคิวสไตล์ซานตงอยู่ที่เครื่องเทศสูตรลับ ที่ผสมผสานทั้งยี่หร่า พริกป่น และเครื่องเทศอื่นๆ ที่ให้รสชาติจัดจ้านและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เมื่อย่างจนสุกได้ที่ เนื้อจะมีความกรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสชาติที่เข้มข้น หลายคนนิยมนำเนื้อย่างร้อนๆ มาห่อด้วยผักกาดสดกรอบ ราดด้วยน้ำจิ้มเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความอร่อยครบรส
จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ที่พัก HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
วันที่ 6 - ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (QW9897 : 09:00 - 13:50)
ชิงเต่า (ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง) - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) (QW9897 : 09:00 - 13:50)
เช้า รับประทานอาหารเช้า แบบ BOX SET (มื้อที่ 12)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตงเช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่าแอร์ไลน์ พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
09.00 น. ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ QW9897
13.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ